ประโยชน์ของการนวดเพื่อสุขภาพ

เป็นการนวดเพื่อส่งเสริมสุขภาพร่างกาย และสภาพจิตใจให้สมบูรณ์ คือ

  • ระบบการไหลเวียนของเลือด ช่วยให้ระบบการไหลเวียนเลือดแดง เลือดดำ และน้ำเหลืองไหลขึ้นลงสะดวกและอยู่ในภาวะสมดุล
  • ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ทำให้กระดูกแข็งแรง กล้ามเนื้อมีประสิทธิภาพสูงขึ้น สามารถขจัดของเสียในกล้ามเนื้อออกทางผิวหนัง ทำให้กล้ามเนื้อเพิ่มความสูงและข้อต่อมีความยืดหยุ่นผ่อนคลาย
  • ด้านจิตใจ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายสบายกาย สบายใจ รู้สึกแจ่มใส กระฉับกระเฉงและลดความเครียด การนวดมีผลทำให้จิตใจและอารมณ์ดีขึ้น
  • หลักการนวดเพื่อสุขภาพ

มีความรู้เกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ ได้แก่

  • สรีรวิทยา ความรู้เกี่ยวกับหน้าที่ของระบบอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย
  • กายวิภาคศาสตร์ ความรู้เกี่ยวกับระบบอวัยวะต่างๆของร่างกาย
  • ระบบกระดูกและข้อต่อ ประกอบด้วยกระดูกแกนกลาง กระดูกระยางค์และข้อต่อ
    หน้าที่ เป็นโครงสร้างของร่างกาย เป็นที่ยึดเกาะของกล้ามเนื้อ เอ็นและพังผืด และป้องกันอวัยวะภายในที่สำคัญ
  • ระบบกล้ามเนื้อ ประกอบด้วยกล้ามเนื้อลาย กล้ามเนื้อเรียบ และกล้ามเนื้อหัวใจ
    หน้าที่ ช่วยในการเคลื่อนไหวทุกส่วนของร่างกาย
  • ระบบไหลเวียนเลือด ประกอบด้วยระบบหัวใจ หลอดเลือด และน้ำเหลือง
    หน้าที่ ลำเลียงสารต่าง ๆ ในร่างกาย รักษาสมดุลกรด-ด่าง สมดุลน้ำ และรักษาระดับอุณหภูมิของร่างกาย
  • ระบบประสาท ประกอบด้วยสมอง ไขสันหลัง และเส้นประสาท
    หน้าที่ ควบคุมประสานงานของร่างกาย ให้ตอบสนองและรับรู้การทำงานและดำรงชีวิต
  • ระบบย่อยอาหาร ประกอบด้วยอวัยวะที่สำคัญ ได้แก่ ปาก คอหอย หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้และทวารหนัก
    หน้าที่ ย่อยอาหาร ดูดซับอาหารที่ย่อยแล้วเข้าสู่ร่างกายและขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย
  • ระบบหายใจ ประกอบด้วย โพรงจมูก หลอดลม ปอด กระบังลม
    หน้าที่ นำก๊าซออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย ทำให้เลือดดำมาฟอกที่ปอด ได้รับก๊าซออกซิเจนเปลี่ยนเป็นเลือดแดงดังนั้นการหายใจจะมีผลทางอ้อมต่อการไหลกลับของเลือด

Healthy Massage Techniques

เทคนิคการนวดเพื่อสุขภาพ

  • ท่านวด   ท่านวดนั้นทั้งผู้ถูกนวดและผู้นวดจะอยู่ในท่าที่เหมาะสม ผ่อนคลายไม่เกร็งทั้งสองฝ่าย ซึ่งท่าที่เหมาะสมสำหรับผู้ถูกนวดก็ควรเป็นท่านอนหงายหรือนอนตะแคงคู้เข่า 90 องศา ควรนอนบนฟูกที่ไม่นุ่มและแข็งเกินไป นอนหมุนหมอนที่มีความสูงพอเหมาะให้หัวอยู่ในระดับเดียวกับกระดูกสันหลัง สำหรับท่านั่งนิยมใช้ท่านั่งขัดสมาธิ
  • การวางมือและนิ้ว  ผู้นวดควรวางนิ้ว ณ ตำแหน่งที่จะนวด เหยียดแขนตรงทั้งที่ข้อมือและข้อศอก เพื่อลงน้ำหนักไปตามแขนสู่นิ้วหัวแม่มือ เพื่อให้การนวดเข้าตรงจุด ในบางท่าอาจใช้หัวแม่มือกด บางท่าอาจใช้อุ้งมือหรือส้นมือกด หรือบางท่าใช้ปลายนิ้วมือทั้ง 4 กด หรือบางคราวอาจใช้นิ้วหัวแม่มือซ้อนกันเพื่อเพิ่มแรงกด ซึ่งลักษณะการวางมือก็ต้องขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ต้องการนวดให้เหมาะสมกับท่านวดและลักษณะการวางมือ
  • ขนาดของแรงที่ใช้นวด  ขนาดของแรงที่ใช้นวดควรเริ่มใช้แรงเบา ๆ แล้วค่อยเพิ่มขึ้นตามลำดับให้ใช้หลักการแต่งรสมือ และพิจารณาจากอายุและสุขภาพของผู้ถูกนวด ในลักษณะการกดอาศัยการแต่งรสมือ คือหน่วง – เน้น- นิ่ง
  • หน่วง –  เป็นการลงน้ำหนักเบา เพื่อกระตุ้นให้กล้ามเนื้อรู้ตัวไม่เกร็งรับการนวด
  • เน้น –  ลงน้ำหนักเพิ่มขึ้นบนตำแหน่งที่ต้องการกด
  • นิ่ง –  กดนิ่งพร้อมกำหนดลมหายใจสั้นยาวตามต้องการและโดยมากการลงน้ำหนักมือที่กดในแต่ละรอบจะเริ่มด้วย น้ำหนักเบา น้ำหนักปานกลาง และน้ำหนักมากตามลำดับ
  • ระยะเวลาที่ใช้นวด  ผู้นวดจะต้องกำหนดการนวดหรือการกดแต่ละจุดเป็นคาบ หรือระยะเวลาในการกด แบ่งเป็น คาบน้อย หมายถึง ระยะเวลาในการกดโดยการกำหนดลมหายใจระยะสั้นของผู้นวด และคาบใหญ่ หมายถึง ระยะเวลาในการกดโดยกำหนดลมหายใจระยะยาวของผู้นวด การใช้คาบน้อยและคาบใหญ่ เพื่อความเหมาะสมของการนวดแต่ละจุด
  • ตำแหน่งนวด  ตำแหน่งจุดนวดถือว่ามีความสำคัญต้องสอดคล้องกับกายวิภาคศาสตร์ของร่างกายมนุษย์อาจเป็นตำแหน่งที่กล้ามเนื้อ ร่องกล้ามเนื้อ ตามแนวหลอดเลือด แนวเส้นประสาทหรือตามข้อต่อ

มารยาทในขณะทำการนวด

  • เวลานวดให้นั่งห่างจากผู้ถูกนวดพอสมควร ไม่ควรคร่อมตัวผู้ถูกนวด
  • ขณะนวดไม่ควรก้มหน้าจะทำให้หายใจรดผู้ถูกนวด
  • ขณะนวดควรระมัดระวังในการพูด และไม่ควรรับประทานอาหารขณะทำการนวด
  • ไม่ควรนวดให้ผู้ถูกนวดที่ไม่สบายหรือเป็นไข้
  • ไม่ควรนวดผู้ป่วยที่เพิ่งรับประทานอาหารมาไม่ถึง 30 นาที

โรคที่ห้ามทำการนวด

  • ขณะที่มีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส
  • โรคผิวหนังที่มีการติดเชื้อ
  • โรคติดต่อทุกชนิด เช่น วัณโรค ไข้หวัดใหญ่
  • โรคไข้พิษ ไข้กาฬ เช่น งูสวัด เริม
  • บริเวณที่เป็นมะเร็ง เพราะอาจทำให้มะเร็งกระจายตัว
  • อุบัติเหตุที่กระทบสมองและไขสันหลังภายใน 24 ชั่วโมง
  • ความผิดปกติของระบบหลอดเลือดหรือการแข็งตัวของเลือด
  • การติดเชื้อของร่างกาย
  • กระดูกหักที่ยังติดไม่แข็งแรง
  • การบาดเจ็บหรือเลือดออกที่เพิ่งเป็นใหม่ ๆ
  • บริเวณที่เป็นแผล แผลเปิด และบริเวณที่อักเสบหรือเป็นฝี
  • บริเวณที่ถูกไฟไหม้ น้ำร้อนลวก

ตำแหน่งที่ควรระวังในการนวด

  • กระหม่อมหน้าในกรณีเด็กที่กระหม่อมยังไม่ปิดสนิท
  • ทัดดอกไม้ หัวคิ้ว หน้าหู เส้นเลือดบริเวณข้างคอ
  • ร่องไหปลาร้า มุมหัวไหล่ ใต้รักแร้ บริเวณข้อศอกด้านใน บริเวณเส้นสร้อยข้อมือ
  • บริเวณลิ้นปี่ ชายโครง รอบสะดือ 1 นิ้ว
  • บริเวณใต้หัวตะคาต ใต้ลูกสะบ้า
  • สันหน้าแข้งด้านหน้า บริเวณจุดนาคบาท ใต้ตาตุ่มด้านใน

Healthy Massage Techniques

การเตรียมความพร้อมก่อนการนวด

  • สถานที่นวด การจัดสถานที่นวดต้องให้เหมาะสม จะมีส่วนช่วยผ่อนคลาย ทำให้เกิดความรู้สึกสบายและสร้างทัศนคติที่ดีแก่ผู้ถูกนวด สถานที่นวด   ควรอยู่ในบรรยากาศที่โล่งโปร่งสบาย อากาศถ่ายเทสะดวก สะอาด มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย และปราศจากสิ่งรบกวน เงียบสงบ การตกแต่งสถานที่ควรใช้โทนสีและสิ่งของที่เป็นธรรมชาติ สถานที่ควรเป็นสัดเป็นส่วน ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว แต่ไม่ควนมิดชิดมากเกินไป และควรมีแสงสว่างพอสมควร

ผู้ถูกนวด

  • แต่งกายให้เหมาะสม สวมใส่เสื้อผ้าที่รู้สึกสบาย เนื้อผ้าไม่ควรหนาและมีปมแข็ง
  • มีความพร้อมที่ยอมรับการนวด การให้ความร่วมมือและผ่อนคลายร่างกายและจิตใจในระหว่างการนวด
  • บริเวณที่จะนวดควรสะอาด และไม่มีโรคผิวหนังที่จะแพร่เชื้อโรคได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น