นวดเพื่อร่างกายที่ดี

การนวดเพื่อสุขภาพจึงเป็นการมุ่งเน้นด้านการส่งเสริมสุขภาพทั้งสุขภาพทางกายและจิตใจให้อยู่ในภาวะที่สมบูรณ์ทำให้มีการไหลเวียนของเลือดไปทั่วร่างกาย ยึดเส้นเอ็นที่ตึงให้หย่อนลง ทำให้กล้ามเนื้อที่ตึงเครียดจากอริยาบถในการทำงานประจำวันผ่อนคลายลง

การนวดทำให้กระดูกและกล้ามเนื้อมีประสิทธิภาพดีขึ้น รักษาความยืดหยุ่นของข้อต่อไม่ให้ติดขัด ทำให้รู้สึกผ่อนคลายสบายกาย สบายใจ ลดความเครียด และทำให้รู้สึกสดชื่นแจ่มใส กระฉับกระเฉง ดังนั้นการนวดจึงเหมือนยาอายุวัฒนะ ซึ่งทำให้สุขภาพสมบูรณ์ในทางตรง และเป็นผลให้อายุยืนยาวในทางอ้อม เนื่องจากปราศจากโรคภัยไข้เจ็บนั่นเอง

ประโยชน์ของการนวดเพื่อสุขภาพ

เป็นการนวดเพื่อส่งเสริมสุขภาพร่างกาย และสภาพจิตใจให้สมบูรณ์ คือ

  1. ระบบการไหลเวียนของเลือด ช่วยให้ระบบการไหลเวียนเลือดแดง เลือดดำ และน้ำเหลืองไหลขึ้นลงสะดวกและอยู่ในภาวะสมดุล
  2. ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ทำให้กระดูกแข็งแรง กล้ามเนื้อมีประสิทธิภาพสูงขึ้น สามารถขจัดของเสียในกล้ามเนื้อออกทางผิวหนัง ทำให้กล้ามเนื้อและข้อต่อมีความยืดหยุ่นผ่อนคลาย
  3. ด้านจิตใจ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายสบายกาย สบายใจ รู้สึกแจ่มใส กระฉับกระเฉงและลดความเครียด การนวดมีผลทำให้จิตใจและอารมณ์ดีขึ้น

หลักการนวดเพื่อสุขภาพ

มีความรู้เกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ ได้แก่

  • กายวิภาคศาสตร์ ความรู้เกี่ยวกับระบบอวัยวะต่างๆของร่างกาย
  • สรีรวิทยา ความรู้เกี่ยวกับหน้าที่ของระบบอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย
  1. ระบบกระดูกและข้อต่อ ประกอบด้วยกระดูกแกนกลาง กระดูกระยางค์ (กระดูกแขนและกระดูกขา) และข้อต่อ
    หน้าที่ เป็นโครงสร้างของร่างกาย เป็นที่ยึดเกาะของกล้ามเนื้อ เอ็นและพังผืด และป้องกันอวัยวะภายในที่สำคัญ
  2. ระบบกล้ามเนื้อ ประกอบด้วยกล้ามเนื้อลาย กล้ามเนื้อเรียบ และกล้ามเนื้อหัวใจ
    หน้าที่ ช่วยในการเคลื่อนไหวทุกส่วนของร่างกาย
  3. ระบบไหลเวียนเลือด ประกอบด้วยระบบหัวใจ หลอดเลือด และน้ำเหลือง
    หน้าที่ ลำเลียงสารต่าง ๆ ในร่างกาย รักษาสมดุลกรด-ด่าง สมดุลน้ำ และรักษาระดับอุณหภูมิของร่างกาย
  4. ระบบประสาท ประกอบด้วยสมอง ไขสันหลัง และเส้นประสาท
    หน้าที่ ควบคุมประสานงานของร่างกาย ให้ตอบสนองและรับรู้การทำงานและดำรงชีวิต
  5. ระบบย่อยอาหาร ประกอบด้วยอวัยวะที่สำคัญ ได้แก่ ปาก คอหอย หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้และทวารหนัก
    หน้าที่ ย่อยอาหาร ดูดซับอาหารที่ย่อยแล้วเข้าสู่ร่างกายและขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย
  6. ระบบหายใจ ประกอบด้วย โพรงจมูก หลอดลม ปอด กระบังลม
    หน้าที่ นำก๊าซออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย ทำให้เลือดดำมาฟอกที่ปอด ได้รับก๊าซออกซิเจนเปลี่ยนเป็นเลือดแดงดังนั้นการหายใจจะมีผลทางอ้อมต่อการไหลกลับของเลือด

เทคนิคการนวดเพื่อสุขภาพ

  1. ท่านวด  ท่านวดนั้นทั้งผู้ถูกนวดและผู้นวดจะอยู่ในท่าที่เหมาะสม ผ่อนคลายไม่เกร็งทั้งสองฝ่าย ซึ่งท่าที่เหมาะสมสำหรับผู้ถูกนวดก็ควรเป็นท่านอนหงายหรือนอนตะแคงคู้เข่า 90 องศา (ขาล่างที่ติดกับพื้นเหยียดตรง ส่วนขาบนงอเข่า เอาส้นเท้าชิดเข่าของขาล่าง) ควรนอนบนฟูกที่ไม่นุ่มและแข็งเกินไป นอนหมุนหมอนที่มีเพิ่มความสูงพอเหมาะให้หัวอยู่ในระดับเดียวกับกระดูกสันหลัง สำหรับท่านั่งนิยมใช้ท่านั่งขัดสมาธิ
  2. การวางมือและนิ้ว  ผู้นวดควรวางนิ้ว ณ ตำแหน่งที่จะนวด เหยียดแขนตรงทั้งที่ข้อมือและข้อศอก ( แขนตึง หน้าตรง องศาได้) เพื่อลงน้ำหนักไปตามแขนสู่นิ้วหัวแม่มือ เพื่อให้การนวดเข้าตรงจุด ในบางท่าอาจใช้หัวแม่มือกด บางท่าอาจใช้อุ้งมือหรือส้นมือกด หรือบางท่าใช้ปลายนิ้วมือทั้ง 4 กด หรือบางคราวอาจใช้นิ้วหัวแม่มือซ้อนกันเพื่อเพิ่มแรงกด ซึ่งลักษณะการวางมือก็ต้องขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ต้องการนวดให้เหมาะสมกับท่านวดและลักษณะการวางมือ
  3. ขนาดของแรงที่ใช้นวด  ขนาดของแรงที่ใช้นวดควรเริ่มใช้แรงเบา ๆ แล้วค่อยเพิ่มขึ้นตามลำดับให้ใช้หลักการแต่งรสมือ และพิจารณาจากอายุและสุขภาพของผู้ถูกนวด ในลักษณะการกดอาศัยการแต่งรสมือ คือหน่วง – เน้น- นิ่ง
  • หน่วง –  เป็นการลงน้ำหนักเบา เพื่อกระตุ้นให้กล้ามเนื้อรู้ตัวไม่เกร็งรับการนวด
  • เน้น –  ลงน้ำหนักเพิ่มขึ้นบนตำแหน่งที่ต้องการกด
  • นิ่ง –  กดนิ่งพร้อมกำหนดลมหายใจสั้นยาวตามต้องการและโดยมากการลงน้ำหนักมือที่กดในแต่ละรอบจะเริ่มด้วย น้ำหนักเบา น้ำหนักปานกลาง และน้ำหนักมากตามลำดับ

97dfajjaehgdcfa6jkgki

ระยะเวลาที่ใช้นวด

ผู้นวดจะต้องกำหนดการนวดหรือการกดแต่ละจุดเป็นคาบ หรือระยะเวลาเพิ่มความสูงในการกด แบ่งเป็น คาบน้อย หมายถึง ระยะเวลาในการกดโดยการกำหนดลมหายใจระยะสั้นของผู้นวด และคาบใหญ่ หมายถึง ระยะเวลาในการกดโดยกำหนดลมหายใจระยะยาวของผู้นวด การใช้คาบน้อยและคาบใหญ่ เพื่อความเหมาะสมของการนวดแต่ละจุด

ตำแหน่งนวด

ตำแหน่งจุดนวดถือว่ามีความสำคัญต้องสอดคล้องกับกายวิภาคศาสตร์ของร่างกายมนุษย์อาจเป็นตำแหน่งที่กล้ามเนื้อ ร่องกล้ามเนื้อ ตามแนวหลอดเลือด แนวเส้นประสาทหรือตามข้อต่อ

มารยาทในขณะทำการนวด

  1. เวลานวดให้นั่งห่างจากผู้ถูกนวดพอสมควร ไม่ควรคร่อมตัวผู้ถูกนวด
  2. ขณะนวดไม่ควรก้มหน้าจะทำให้หายใจรดผู้ถูกนวด
  3. ขณะนวดควรระมัดระวังในการพูด และไม่ควรรับประทานอาหารขณะทำการนวด
  4. ไม่ควรนวดให้ผู้ถูกนวดที่ไม่สบายหรือเป็นไข้
  5. ไม่ควรนวดผู้ป่วยที่เพิ่งรับประทานอาหารมาไม่ถึง 30 นาที

97dfajjaehgdcfa6jkgki

 โรคที่ห้ามทำการนวด

  1. ขณะที่มีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส
  2. โรคผิวหนังที่มีการติดเชื้อ
  3. โรคติดต่อทุกชนิด เช่น วัณโรค ไข้หวัดใหญ่
  4. โรคไข้พิษ ไข้กาฬ เช่น งูสวัด เริม
  5. บริเวณที่เป็นมะเร็ง เพราะอาจทำให้มะเร็งกระจายตัว
  6. อุบัติเหตุที่กระทบสมองและไขสันหลังภายใน 24 ชั่วโมง
  7. ความผิดปกติของระบบหลอดเลือดหรือการแข็งตัวของเลือด
  8. การติดเชื้อของร่างกาย
  9. กระดูกหักที่ยังติดไม่แข็งแรง
  10. การบาดเจ็บหรือเลือดออกที่เพิ่งเป็นใหม่ ๆ
  11. บริเวณที่เป็นแผล แผลเปิด และบริเวณที่อักเสบหรือเป็นฝี
  12. บริเวณที่ถูกไฟไหม้ น้ำร้อนลวก

ตำแหน่งที่ควรระวังในการนวด

  1. กระหม่อมหน้าในกรณีเด็กที่กระหม่อมยังไม่ปิดสนิท
  2. ทัดดอกไม้ หัวคิ้ว หน้าหู เส้นเลือดบริเวณข้างคอ
  3. ร่องไหปลาร้า มุมหัวไหล่ ใต้รักแร้ บริเวณข้อศอกด้านใน บริเวณเส้นสร้อยข้อมือ
  4. บริเวณลิ้นปี่ ชายโครง รอบสะดือ 1 นิ้ว
  5. บริเวณใต้หัวตะคาต ใต้ลูกสะบ้า
  6. สันหน้าแข้งด้านหน้า บริเวณจุดนาคบาท ใต้ตาตุ่มด้านใน

97dfajjaehgdcfa6jkgki

การเตรียมความพร้อมก่อนการนวด

  1. สถานที่นวด การจัดสถานที่นวดต้องให้เหมาะสม จะมีส่วนช่วยผ่อนคลาย ทำให้เกิดความรู้สึกสบายและสร้างทัศนคติที่ดีแก่ผู้ถูกนวด สถานที่นวด   ควรอยู่ในบรรยากาศที่โล่งโปร่งสบาย อากาศถ่ายเทสะดวก สะอาด มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย และปราศจากสิ่งรบกวน เงียบสงบ การตกแต่งสถานที่ควรใช้โทนสีและสิ่งของที่เป็นธรรมชาติ สถานที่ควรเป็นสัดเป็นส่วน ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว แต่ไม่ควนมิดชิดมากเกินไป และควรมีแสงสว่างพอสมควร
  2. ผู้นวด

    • มีความรู้ความสามารถในการนวด โดยเฉพาะจุดนวด หรือตำแหน่งนวด วิธีการนวด และเทคนิคการนวด
    • ต้องเป็นผู้มีร่างกายแข็งแรง มีการดูแลสุขภาพตนเองอยู่เสมอ
    • ควรแต่งกายสะอาด สุภาพ เรียบร้อยและมีความสะดวกในการเคลื่อนไหวขณะนวดและเหมาะสมกับสถานที่
    • รักษาความสะอาดของร่างกาย มือจะต้องสะอาด ต้องตัดเล็บให้สั้น ไม่สวมแหวนและล้างมือก่อนทำการนวด และไม่ควรดื่มสุราหรือสูบบุหรี่ก่อนแ
    • ไม่ควรทำการนวดขณะที่มีอาการเจ็บป่วย หรือเป็นโรคที่สามารถติดต่อทางสัมผัสและการหายใจ
    • มีสภาพจิตใจที่เป็นปกติ มีทัศนคติที่ดีต่อการนวด เมื่อทำการนวดก็ต้องนวดด้วยสติมีสมาธิขณะนวด


  3. ผู้ถูกนวด
  • แต่งกายให้เหมาะสม สวมใส่เสื้อผ้าที่รู้สึกสบาย เนื้อผ้าไม่ควรหนาและมีปมแข็ง
  • มีความพร้อมที่ยอมรับการนวด การให้ความร่วมมือและผ่อนคลายร่างกายเพิ่มความสูงและจิตใจในระหว่างการนวด
  • บริเวณที่จะนวดควรสะอาด และไม่มีโรคผิวหนังที่จะแพร่เชื้อโรคได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น